Green Tea Extract คืออะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ Green Tea Extract คืออะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. ทำไมชาเขียวจึงถูกพูดถึงเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ
  2. EGCG คืออะไรและเกี่ยวข้องกับชาเขียวอย่างไร
  3. Green Tea Extract ถูกพูดถึงเรื่องอะไรอีก
  4. สารสกัดชาเขียวไม่เหมือนกับการดื่มชาเขียว
  5. สารจากธรรมชาติไม่ได้แปลว่าจะไม่ระคายเคือง
  6. สีหรือกลิ่นของผลิตภัณฑ์ไม่ได้บอกปริมาณชาเขียว
  7. สรุป

สารสกัดชาเขียวไม่ได้เป็นสารเคมีตัวเดียว แต่เป็นสารสกัดที่มีองค์ประกอบหลายชนิด และองค์ประกอบจริงสามารถแตกต่างกันตามส่วนของพืช วิธีสกัด การแปรรูป และมาตรฐานของวัตถุดิบ

ทำไมชาเขียวจึงถูกพูดถึงเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ

ในผิวสามารถเกิดอนุมูลอิสระจากกระบวนการตามธรรมชาติและจากปัจจัยภายนอก เช่น รังสี UV และมลภาวะ เมื่อมีอนุมูลอิสระมากกว่าระบบของร่างกายจะจัดการได้ อาจเกิดภาวะที่เรียกว่าความเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress)

สารจากชาเขียวหลายชนิด โดยเฉพาะกลุ่มโพลีฟีนอลและคาเทชิน สามารถทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ จึงเป็นเหตุผลที่ Green Tea Extract ถูกนำไปศึกษาและใช้ในเครื่องสำอางด้านนี้

อย่างไรก็ตาม คำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” ไม่ได้หมายความว่าสารสกัดชาเขียวสามารถทำหน้าที่แทนครีมกันแดด

สารต้านอนุมูลอิสระและสารกรองรังสี UV มีหน้าที่ต่างกัน การมี Green Tea Extract อยู่ในผลิตภัณฑ์จึงไม่ได้ทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นกลายเป็นกันแดดหรือมีค่า SPF

EGCG คืออะไรและเกี่ยวข้องกับชาเขียวอย่างไร

เวลาพูดถึงสารสกัดชาเขียว อาจพบชื่อ EGCG หรือ Epigallocatechin Gallate อยู่บ่อยครั้ง

EGCG เป็นหนึ่งในสารกลุ่มคาเทชินที่พบในชาเขียว และได้รับการศึกษาค่อนข้างมากในเรื่องคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและการตอบสนองของผิวต่อปัจจัยต่าง ๆ

แต่ Green Tea Extract ไม่ได้มีเพียง EGCG ตัวเดียว การเห็นคำว่า Green Tea Extract บนฉลากจึงไม่ได้บอกปริมาณ EGCG ที่แน่นอน และผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดชาเขียวสองสูตรอาจมีองค์ประกอบต่างกันมาก

Green Tea Extract ถูกพูดถึงเรื่องอะไรอีก

นอกจากเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ สารสกัดชาเขียวยังถูกศึกษาในบริบทของความแดง ความมัน และการตอบสนองต่อการระคายเคืองของผิว

ด้วยเหตุนี้ ในตลาดสกินแคร์จึงมักเห็น Green Tea Extract อยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ถ้อยคำเกี่ยวกับความสบายผิว ผิวที่มีแนวโน้มมัน หรือผิวที่เผชิญปัจจัยแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม การมีงานศึกษากับสารสกัดชาเขียวหรือสารบางตัวที่พบในชาเขียว ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นที่มีชื่อ Green Tea Extract จะให้ผลแบบเดียวกับงานวิจัยนั้น

ชนิดของสารสกัด ปริมาณ ความคงตัว และสูตรผลิตภัณฑ์มีความสำคัญ

สารสกัดชาเขียวไม่เหมือนกับการดื่มชาเขียว

Green Tea Extract ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทาผิวกับชาเขียวที่ใช้เป็นเครื่องดื่มอยู่ในบริบทต่างกัน

ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต้องคำนึงถึงการสกัด ความคงตัว การเก็บรักษา ระบบสูตร และความเหมาะสมสำหรับการสัมผัสผิว จึงไม่ควรนำข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของการดื่มชาเขียวมาใช้สรุปประสิทธิภาพของเครื่องสำอางโดยตรง

ในทางกลับกัน งานวิจัยที่ศึกษา Green Tea Extract บนผิวก็ไม่ได้หมายความว่าการดื่มชาเขียวจะให้ผลต่อผิวแบบเดียวกัน

สารจากธรรมชาติไม่ได้แปลว่าจะไม่ระคายเคือง

ชาเขียวเป็นวัตถุดิบจากพืช แต่คำว่า “ธรรมชาติ” ไม่ได้รับประกันว่าส่วนผสมนั้นจะเหมาะกับทุกคน

สารสกัดจากพืชมีองค์ประกอบหลายชนิด และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปยังมีส่วนผสมอื่นอีกจำนวนมาก หากมีอาการระคายเคืองหรือแพ้ก็ไม่สามารถตัดสินจากชื่อ Green Tea Extract เพียงอย่างเดียวว่าส่วนประกอบใดเป็นสาเหตุ

ในทางเดียวกัน การมี Green Tea Extract ก็ไม่ได้ทำให้สูตรทั้งหมดอ่อนโยนโดยอัตโนมัติ

สีหรือกลิ่นของผลิตภัณฑ์ไม่ได้บอกปริมาณชาเขียว

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดชาเขียวไม่จำเป็นต้องมีสีเขียว และผลิตภัณฑ์สีเขียวก็ไม่ได้หมายความว่ามีสารสกัดชาเขียวในปริมาณสูง

สีของผลิตภัณฑ์อาจมาจากสีที่เติม ส่วนผสมอื่น หรือสีของวัตถุดิบหลายชนิดร่วมกัน ส่วนกลิ่นก็อาจมาจากน้ำหอมหรือส่วนประกอบอื่น

ดังนั้นการดูรายการส่วนผสมจึงให้ข้อมูลมากกว่าการตัดสินจากสี กลิ่น หรือภาพใบชาบนบรรจุภัณฑ์

สรุป

Green Tea Extract หรือสารสกัดชาเขียวเป็นส่วนผสมจากพืช Camellia sinensis ที่นิยมใช้ในสกินแคร์ โดยคนมักพูดถึงมากที่สุดในเรื่องสารต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากชาเขียวมีสารกลุ่มโพลีฟีนอลและคาเทชินหลายชนิด

สารสกัดชาเขียวยังถูกศึกษาในบริบทอื่น เช่น ความสบายผิว ความแดง และน้ำมันผิว แต่ผลที่ได้จากผลิตภัณฑ์จริงขึ้นอยู่กับชนิดของสารสกัด ความคงตัว และสูตรโดยรวม ไม่ควรสรุปจากคำว่า Green Tea Extract เพียงคำเดียว

และแม้สารสกัดชาเขียวจะมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ก็ไม่ได้ทำหน้าที่แทนสารกรอง UV หรือครีมกันแดด