TEWL คืออะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ TEWL คืออะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. การสูญเสียน้ำผ่านผิวเกิดขึ้นได้อย่างไร
  2. TEWL ไม่เหมือนกับเหงื่อ
  3. TEWL เกี่ยวข้องกับเกราะผิวอย่างไร
  4. TEWL วัดได้หรือไม่
  5. TEWL กับความชุ่มชื้นของผิวเหมือนกันหรือไม่
  6. ทำไมจึงเห็นคำว่า “ลด TEWL” ในเรื่องสกินแคร์
  7. TEWL เปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมได้

TEWL จึงไม่ใช่โรคและไม่ใช่ชื่ออาการ แต่เป็นคำที่ใช้อธิบายกระบวนการและใช้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเกี่ยวกับการทำงานของผิวชั้นนอก

การสูญเสียน้ำผ่านผิวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ร่างกายของเรามีน้ำอยู่ภายในเนื้อเยื่อ น้ำจำนวนเล็กน้อยสามารถเคลื่อนจากบริเวณที่อยู่ลึกกว่า ผ่านผิวหนังชั้นนอกขึ้นมายังผิว แล้วระเหยออกสู่อากาศ

ผิวชั้นนอก โดยเฉพาะชั้นนอกสุด มีบทบาทสำคัญในการชะลอกระบวนการนี้ ไม่ให้น้ำออกจากร่างกายเร็วเกินไป

แม้ผิวจะอยู่ในสภาพปกติดี ก็ยังมี TEWL เกิดขึ้นอยู่ จึงไม่ควรตีความว่าการมี TEWL แปลว่าเกราะผิวเสียเสมอไป สิ่งที่นักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญสนใจมักเป็นระดับและการเปลี่ยนแปลงของการสูญเสียน้ำภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ มากกว่า

TEWL ไม่เหมือนกับเหงื่อ

TEWL กับการเสียเหงื่อเป็นคนละกระบวนการ

เหงื่อผลิตจากต่อมเหงื่อและมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย เราสามารถสังเกตเห็นเหงื่อเป็นหยดหรือรู้สึกว่าผิวเปียกได้

ส่วน TEWL เป็นการเคลื่อนของน้ำผ่านผิวและระเหยออกอย่างต่อเนื่อง โดยทั่วไปเราไม่เห็นเป็นหยดน้ำเหมือนเหงื่อ

ดังนั้นการมีเหงื่อออกมากในวันที่อากาศร้อน ไม่ได้หมายความว่า TEWL กับเหงื่อเป็นสิ่งเดียวกัน

TEWL เกี่ยวข้องกับเกราะผิวอย่างไร

เกราะผิวมีหน้าที่หนึ่งคือช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว เมื่อโครงสร้างของผิวชั้นนอกทำหน้าที่ได้ดี น้ำจะผ่านออกจากผิวได้ในระดับที่เหมาะสม

หากผิวชั้นนอกถูกรบกวน การสูญเสียน้ำอาจเพิ่มขึ้นได้ จึงมีการใช้ค่า TEWL ในงานวิจัยเกี่ยวกับเกราะผิวและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว

อย่างไรก็ตาม TEWL เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม ไม่ควรใช้ค่าเดียวสรุปว่าสุขภาพผิวทั้งหมดดีหรือไม่ดี และความรู้สึกตึง แห้ง หรือมันของผิวก็ไม่สามารถใช้แทนการวัด TEWL ได้โดยตรง

TEWL วัดได้หรือไม่

TEWL สามารถวัดด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับประเมินการระเหยของน้ำบริเวณผิว เครื่องมือประเภทนี้พบได้ในงานวิจัย ห้องปฏิบัติการ และการทดสอบด้านผิวหนังหรือเครื่องสำอางบางประเภท

ค่าที่วัดได้อาจได้รับผลจากหลายอย่าง เช่น อุณหภูมิ ความชื้นของอากาศ ตำแหน่งบนร่างกาย สภาพผิว รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับผิวก่อนการวัด

ด้วยเหตุนี้ การนำตัวเลข TEWL จากงานวิจัยคนละงานหรือการวัดคนละสภาพแวดล้อมมาเปรียบเทียบตรง ๆ จึงต้องดูวิธีการวัดประกอบด้วย

สำหรับคนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องวัด TEWL เพื่อดูแลผิว และไม่สามารถบอกค่า TEWL ของตัวเองจากการมองผิวในกระจกเพียงอย่างเดียวได้

TEWL กับความชุ่มชื้นของผิวเหมือนกันหรือไม่

ไม่เหมือนกัน

ความชุ่มชื้นของผิวเป็นแนวคิดกว้างกว่า ซึ่งเกี่ยวข้องทั้งกับปริมาณน้ำในผิว ความสามารถของสารอย่าง NMF ในการจับน้ำ และความสามารถของผิวชั้นนอกในการลดการสูญเสียน้ำ

TEWL เน้นที่ “น้ำออกจากผิวเร็วเพียงใด” จึงไม่ได้บอกปริมาณน้ำทั้งหมดที่มีอยู่ในผิวโดยตรง

ผิวที่รู้สึกแห้งก็ไม่ได้หมายความว่าต้องมีค่า TEWL สูงในทุกกรณี เพราะอาการหรือความรู้สึกของผิวสามารถเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย

ทำไมจึงเห็นคำว่า “ลด TEWL” ในเรื่องสกินแคร์

ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นบางประเภทมีส่วนประกอบที่ช่วยเคลือบผิวและลดการระเหยของน้ำ จึงอาจพบคำอธิบายว่าช่วยลด TEWL

ตัวอย่างแนวคิดนี้คือสารกลุ่ม occlusive หรือสารช่วยลดการสูญเสียน้ำด้วยการเคลือบผิว แต่ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นหนึ่งสูตรอาจใช้สารหลายกลุ่มทำงานร่วมกัน ไม่ได้มีเพียงสารเคลือบผิวอย่างเดียว

การที่ส่วนผสมหนึ่งชนิดมีคุณสมบัติช่วยลดการสูญเสียน้ำ ก็ไม่ได้ทำให้เราสามารถสรุปประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งหมดจากชื่อส่วนผสมนั้นเพียงตัวเดียว

TEWL เปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมได้

อุณหภูมิและความชื้นของอากาศมีผลต่อการระเหยของน้ำ ผิวบริเวณต่าง ๆ ของร่างกายก็มีลักษณะไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ การล้างผิว การเสียดสี หรือสิ่งที่รบกวนผิวชั้นนอกอาจทำให้สภาพผิวเปลี่ยนไปชั่วคราวได้

จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่การศึกษา TEWL ต้องควบคุมสภาพแวดล้อมและวิธีการวัดอย่างเหมาะสม

คำว่า TEWL จึงควรใช้เพื่อเข้าใจกระบวนการสูญเสียน้ำผ่านผิว มากกว่านำไปใช้ตัดสินว่าผิวของคนใดคนหนึ่ง “ดี” หรือ “เสีย” จากอาการเพียงอย่างเดียว

โดยสรุป TEWL คือการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนังชั้นนอกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและเกี่ยวข้องกับการทำงานของเกราะผิว แต่ไม่ใช่เหงื่อ ไม่ใช่ค่าความชุ่มชื้นทั้งหมดของผิว และไม่ควรใช้เพียงตัวเดียวในการสรุปสภาพผิว