Vitamin E คืออะไร

ภาพกราฟิกประกอบบทความ Vitamin E คืออะไร
เนื้อหาในบทความนี้
  1. วิตามินอีถูกพูดถึงในสกินแคร์เรื่องอะไร
  2. Tocopherol กับ Tocopheryl Acetate ต่างกันอย่างไร
  3. สารต้านอนุมูลอิสระไม่ได้หมายถึงสารกันแดด
  4. วิตามินอีอาจมีหน้าที่ในตัวผลิตภัณฑ์ด้วย
  5. วิตามินอีไม่ได้รับประกันว่าจะเหมาะกับทุกคน
  6. ควรเข้าใจ Vitamin E แบบไหน

คำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” หมายถึงสารที่สามารถมีบทบาทต่อปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเป็นกระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นได้ทั้งในร่างกายและในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

อย่างไรก็ตาม การเป็นสารต้านอนุมูลอิสระไม่ได้หมายความว่าวิตามินอีเป็นสารกันแดด หรือสามารถใช้แทนผลิตภัณฑ์กันแดดได้

วิตามินอีถูกพูดถึงในสกินแคร์เรื่องอะไร

ในบริบทของผิว วิตามินอีมักถูกพูดถึงเรื่องการปกป้ององค์ประกอบที่เป็นไขมันจากกระบวนการออกซิเดชัน รวมถึงใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ที่เน้นความนุ่มหรือการปรับสภาพผิว

วิตามินอียังเป็นส่วนหนึ่งของระบบสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติในร่างกาย แต่การที่ผิวมีวิตามินอีตามธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าการทาผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินอีจะทำซ้ำการทำงานของร่างกายทุกอย่าง

เมื่ออยู่ในเครื่องสำอาง หน้าที่ของวิตามินอีจึงควรดูตามรูปแบบของสารและสูตรผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่สรุปจากคำว่า Vitamin E เพียงอย่างเดียว

Tocopherol กับ Tocopheryl Acetate ต่างกันอย่างไร

Tocopherol หรือโทโคฟีรอลเป็นรูปแบบหนึ่งของวิตามินอีที่พบได้บนรายการส่วนผสมเครื่องสำอาง ส่วน Tocopheryl Acetate หรือโทโคเฟอริลอะซีเตตเป็นอนุพันธ์ของวิตามินอีที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์จำนวนมากเช่นกัน

สองชื่อนี้จึงเกี่ยวข้องกับวิตามินอี แต่ไม่ใช่ชื่อเดียวกันตามโครงสร้างทางเคมี

สำหรับคนทั่วไปไม่จำเป็นต้องจำรูปแบบของวิตามินอีทุกชนิด เพียงเข้าใจว่าคำว่า Vitamin E บนหน้าผลิตภัณฑ์อาจหมายถึงสารในกลุ่มหรืออนุพันธ์ที่แตกต่างกัน และรายชื่อส่วนผสมจะให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกว่า

สารต้านอนุมูลอิสระไม่ได้หมายถึงสารกันแดด

นี่เป็นจุดที่ควรแยกให้ชัด

แสง UV สามารถเกี่ยวข้องกับการเกิดอนุมูลอิสระและความเครียดออกซิเดชันในผิว จึงทำให้สารต้านอนุมูลอิสระถูกพูดถึงบ่อยในเนื้อหาเกี่ยวกับแสงแดดและผิว

แต่สารต้านอนุมูลอิสระกับสารกรองรังสี UV ทำหน้าที่คนละเรื่องกัน

ผลิตภัณฑ์กันแดดได้รับการออกแบบและทดสอบเพื่อให้ค่าการปกป้องจากรังสี UV เช่น SPF และการปกป้อง UVA ส่วนการมีวิตามินอีในผลิตภัณฑ์ไม่ได้สร้างค่า SPF ขึ้นมาเอง และไม่สามารถใช้แทนการปกป้องจาก UV ของผลิตภัณฑ์กันแดดได้

ดังนั้น ประโยคว่า “วิตามินอีต้านอนุมูลอิสระ จึงใช้แทนครีมกันแดดได้” จึงไม่ถูกต้อง

วิตามินอีอาจมีหน้าที่ในตัวผลิตภัณฑ์ด้วย

นอกจากการพูดถึงผลบนผิวแล้ว วิตามินอีบางรูปแบบยังอาจถูกใช้ในสูตรเพื่อช่วยชะลอกระบวนการออกซิเดชันของส่วนประกอบบางชนิด โดยเฉพาะส่วนที่เป็นไขมันหรือน้ำมัน

นี่เป็นตัวอย่างว่าคำว่า “antioxidant” อาจมีบริบทมากกว่าหนึ่งแบบ คือพูดถึงกระบวนการบนผิว หรือพูดถึงการช่วยดูแลความเสถียรของส่วนประกอบในสูตรผลิตภัณฑ์

จึงไม่ควรเห็นคำว่าสารต้านอนุมูลอิสระแล้วสรุปว่าหน้าที่ทั้งหมดต้องเกิดขึ้นบนผิวเพียงอย่างเดียว

วิตามินอีไม่ได้รับประกันว่าจะเหมาะกับทุกคน

วิตามินอีเป็นส่วนผสมที่ใช้กันแพร่หลาย แต่ความแพร่หลายไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกสูตรจะเหมาะกับทุกสภาพผิว

เนื้อผลิตภัณฑ์ ส่วนประกอบที่เป็นน้ำมัน สารแต่งกลิ่น สารกันเสีย หรือส่วนผสมอื่นในสูตรอาจมีผลต่อความรู้สึกและการตอบสนองของผิวได้ การตัดสินว่าผลิตภัณฑ์หนึ่งจะหนัก เบา ระคายเคือง หรือเหมาะกับผิวแบบใดจึงไม่ควรพิจารณาจาก Vitamin E เพียงชื่อเดียว

ในทางเดียวกัน คำกล่าวอ้างกว้าง ๆ เช่น วิตามินอีสามารถลบรอยทุกชนิดหรือซ่อมแซมผิวได้ทุกกรณีก็เป็นการสรุปเกินกว่าที่ชื่อส่วนผสมเพียงตัวเดียวจะบอกได้

ควรเข้าใจ Vitamin E แบบไหน

ในระดับพื้นฐาน วิตามินอีควรถูกเข้าใจว่าเป็นกลุ่มสารที่ละลายในไขมันและถูกใช้ในสกินแคร์โดยเฉพาะในบริบทของสารต้านอนุมูลอิสระและการปรับสภาพผิว รูปแบบที่เห็นบนฉลากอาจเป็น Tocopherol, Tocopheryl Acetate หรือชื่ออื่นที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือไม่ขยายคำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” ไปเป็นความหมายว่าเป็นสารกันแดด และไม่ใช้ชื่อ Vitamin E เพียงอย่างเดียวทำนายผลของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งหมด